จรวด VASIMR

จรวด VASIMR

จรวด VASIMR มันเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยองค์กรนาซ่า และเอาง่ายๆว่ามันมีการรวมทุนเพื่อที่จะทำให้มันประสบความสำเร็จด้วยเงินทุนจำนวน 10 ล้านเหรียญมาจากบริษัท Ad Astra Rocket และที่สำคัญมันถูกออกแบบมาเพื่อที่จะใช้ผลักดันยานอวกาศที่อยู่บนอวกาศเอาง่ายๆ ว่ายานอวกาศที่ถูกส่งออกไปที่มันอยู่นอกวงโคจรเรียบร้อยแล้ว ซึ่งต้องบอกก่อนว่ามันเป็นเครื่องมือที่เอาไว้ใช้ส่งยานอวกาศออกจากพื้นโลก และด้วยลักษณะของมันจากการปล่อยตัวจรวดแม่เหล็กไฟฟ้ ามันจะทำหน้าที่ในการผลักดันจรวดไปยังดวงจันทร์ซึ่งใช้เวลาเพียง 39 วันเท่านั้น และจากการร่วมระดมเงินทุนของนาซ่ามันจึงเป็นโครงการที่น่าสนใจ และที่สำคัญมันยังสามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็วด้วย เพราะกำลังของมันและที่สำคัญขอบอกเลยว่าความเร็วของมันนั้น มันเป็นจรวดเชื้อเพลิงที่มีความเร็วมากกว่าเดิมถึง 10 เท่าตัวเลยทีเดียว และที่สำคัญเขาบอกหรือว่ามันมีความเร็วมากกว่าเดิม 10 เท่าตัวก็จริงแต่มันก็ไม่ได้ใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง เพราะว่ามันใช้เชื้อเพลิงเพียง 1 ใน 10 เท่านั้นในการใช้งานจริง 

เรามาดูเรื่องระบบการทำงานของยานส่งจรวดกันดีกว่า และด้วยระบบการทำงานของมันนั้นมีความซับซ้อน แต่ต้องบอกก่อนว่ามีความเป็นไปได้อย่างมากเลยทีเดียวที่จะระบบจรวดนั้น จะสามารถทำงานได้เป็นอย่างดีและที่สำคัญ มันจะเป็นตัวช่วยย่นระยะเวลาในการเดินทางไปดาวอังคารได้หลายเดือนเลยทีเดียว ต้องบอกเลยว่ามันเป็นความพิเศษของจรวดลำนี้เลยก็ว่าได้ ที่ต้องบอกเลยว่าไม่มีจรวดลำใดที่จะเหมือนมันมันเป็นจรวดพลาสม่า แต่ความจริงแล้วมันเป็นจรวดที่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อส่งยานอวกาศออกจากพื้นโลกแต่มันเป็นตัวที่ทำหน้าที่ผลักดันยานอวกาศให้อยู่ในวงโคจร ดังนั้นน้องบอกเลยว่าลักษณะการทำงานของมันนั้น มักจะมีการใช้ความร้อนจากพลาสมาหรือเชื้อเพลิงหรือแก๊สความร้อนสูงมาก ซึ่งต้องบอกเลยว่ามีระดับความร้อนใกล้เคียงกับดวงอาทิตย์เลยก็ว่าได้ ที่ใช้ในการผลักดันส่วนหลังของจรวดและมันจะทำให้ส่งยานออกไปได้ และที่สำคัญเจ้าจรวดตัวนี้ที่ใช้ระบบพลาสม่า มันสามารถลดปริมาณในการใช้เชื้อเพลิงได้อย่างดีเลยทีเดียว ซึ่งเรียกได้เลยว่าประหยัดงบประมาณไปได้มาก 

จรวดพลังพลาสม่าอนาคตใหม่ของมนุษย์

ต้องบอกก่อนเลยว่าจรวดพลังพลาสม่านั้นมันถูกสร้างขึ้นมาก็ เพื่อที่จะมีการวางแผนการไว้ว่าจะส่งมนุษย์ไปดาวอังคารซึ่งเอาง่ายๆว่าโดยปกติแล้ว การจะเดินทางไปยังดาวอังคารนั้นใช้เวลานานหลายเดือนมากๆ และที่สำคัญอาจจะอันตรายต่างๆอีกเยอะแยะมากมายที่นักบินอวกาศจะพบเจอ ดังนั้นจึงได้มีการระดมทุนเพื่อที่จะสร้างจรวดแบบใหม่ขึ้นมา และใช้ในการเดินทางไปยังดาวอังคารที่สำคัญมันมีความเร็วสูง จนสามารถย่นระยะเวลาให้เหลือเพียง 39 วันก็สามารถที่จะเดินทางไปถึงได้แล้ว และต้องบอกเลยว่าในตอนนี้มันก็ยังเป็นจรวดที่ได้กำลังทดสอบ มันใช้เชื้อเพลิงจากความร้อนจาก Plasma และมันอาจจะเป็นตัวช่วยที่ทำให้มนุษย์นั้นสามารถไปหาคำตอบจากดาวดวงอื่นได้อีกก็เป็นได้ และที่สำคัญมันจะเป็นตัวช่วยที่ทำให้นักบินอวกาศนั้น สามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยหายห่วงและไม่ต้องไปเสียง กับความอันตรายจากรังสีเหมือนยานอวกาศทั่วไป 

มารู้จักพับจรวด Plasma กันดีกว่า

ในตอนนี้นาซ่าได้มีการสร้างจรวดรุ่นใหม่ที่ต้องบอกเลยว่า มันสามารถเป็นตัวช่วยลดระยะเวลาต่างๆได้เป็นอย่างดีสำหรับการเดินทาง และยังสามารถลดการใช้เชื้อเพลิงได้อีกด้วย ดังนั้นความน่าสนใจใหม่ก็คือในอนาคตที่ผ่านมาการเดินทางใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือนลดให้เหลือเพียง 39 วันเท่านั้นถือว่าเป็นการบรรลุเป้าหมายได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว และที่สำคัญมันก็ยังทำการทดสอบเทคโนโลยีพลาสมา และเป็นเครื่องยนต์ที่ต้องบอกเลยว่าถูกสร้างออกมาใหม่ล่าสุดเลยก็ว่าได้ และก็ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญยังมีการทำข้อตกลงกันที่สัญญากันไว้ถึง 3 ปีด้วยมูลค่าถึง 9 ล้านเหรียญเพื่อที่จะใช้ในการทดสอบความสามารถและประสิทธิภาพของเครื่องพลาสม่า ดังนั้นต้องบอกเลยว่าจำเป็นจะต้องใช้การทดลองในห้องอบสูญญากาศขั้นสูง และที่สำคัญต้องจำเป็นที่จะทำงานอย่างต่อเนื่องด้วยเครื่องพลาสมาตลอด 100 ชั่วโมงเพื่อวัดดูว่าการใช้พลังงาน และประสิทธิภาพของการทำงานของมันนะสามารถทำงานได้เป็นอย่างดีหรือไม่ 

ดังนั้นด้วยเทคโนโลยีใหม่เป็นเครื่องยนต์พลาสม่าทำงานโดยใช้แก๊ส Plasma ที่ชาร์จไฟด้วยไฟฟ้าและที่สำคัญต้องบอกเลยว่ามันมีอุณหภูมิที่สูงมากจน เรียกได้เลยว่ามีความใกล้เคียงจากความร้อนของดวงอาทิตย์เลยก็ว่าได้ ดังนั้นต้องบอกเลยว่ามันจะมีอุณหภูมิไอเสียที่สูงมาก และก็มีการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพแล้วตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนทดสอบก็ตาม แต่ต้องบอกเลยว่ามันก็น่าจะประสบความสำเร็จในไม่ช้า และต้องบอกเลยว่าการตัดสินใจของนาซ่าที่ใช้เครื่องยนต์ Plasma เอามาไว้ใช้บนยานอวกาศหรือจรวดที่จะเอาไปสำรวจที่ดาวอังคาร โดยที่สร้างความฮือฮาและน่าสนใจมากแล้วมันก็ยังได้รับการพัฒนา เพื่อที่จะใช้เครื่องยนต์พลาสม่าที่สามารถใช้ดักจับเศษชิ้นส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นขนาดใหญ่และขนาดเล็กในอวกาศ ซึ่งมันอาจจะเป็นอันตรายต่อการควบคุมยานอวกาศหรือนักบินอวกาศได้ ถึงแม้ว่าในตอนนี้มันจะเป็น Plasma จรวดในอนาคตแต่เชื่อได้เลยว่าวันข้างหน้า มันจะต้องถูกนำมาใช้งานอย่างแน่นอนมันเคยทดสอบเครื่องยนต์ไปตั้งแต่ปี 2015 และถูกนำมาพัฒนาและวิจัยต่อด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่มีความสามารถที่มากกว่าเดิม